มะละกอมากเมนูสรรพคุณ 108

มะละกอสามารถเติบโตได้ได้ง่ายในประเทศและมีอยู่ทุกท้องถิ่นสามารถเป็นได้ทั้งผักและผลไม้ซึ่งเป็นพืชที่มีความโดดเด่นในเรื่องการนำไปทำเป็นอาหารมากเช่นผลดิบนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่างและในอาหารประจำภาคของประเทศไทยจะต้องมีมะละกอเป็นส่วนประกอบอย่างเช่น ส้มตำ แกงส้ม เป็นต้นและผลสุกจะจัดอยู่ในหมวดของผลไม้รับประทานสด น้ำมีรสหวานหอม มีวิตามินเอ และแคลเซี่ยมสูง มะละกอผลดิบมียาง มีสารเพคติน แคลเซี่ยมวิตามินซี และอื่นๆ ผลสุก มีวิตามินเอสูง วิตามินซี สารเพคตินเหล็ก แคลเซี่ยม และมีสาร Cerotenoid เป็นสารที่ทำให้เนื้อมะละกอสุกมีสีส้ม ต้นมะละกอ ใช้เป็นยาขับประจำเดือน ลดไข้ ดอก ขับปัสสาวะ ราก แก้กลากเกลื้อน ยาง ช่วยกัดแผล รักษาตาปลา หูด ฆ่าพยายธิสำหรับประเทศไทยนั้น สันนิษฐานว่า มะละกอถูกนำเข้ามาปลูกครั้งแรกหลายน้อยปีมาแล้ว ตั้งแต่เริ่มติดต่อค้าขายกับชาวยุโรปในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จากนั้นจึงกระจายไปปลูกในทุกภาคของประเทศไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของพืชผักพื้นบ้านและส่วนประกอบของตำรับอาหารไทยหลายชนิด โดยเฉพาะตำรับอาหาร ยอดนิยม อย่างส้มตำเป็นมะละกอเป็นชื่อที่เรียกในบริเวณภาคกลาง ส่วนในภาคอื่นๆ ก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น ภาคเหนือเรียก มะก้วยเทศภาคอีสานเรียก หมักหุง และภาคใต้ ยะลา เรียก แตงต้น เป็นต้น ส่วนในภาษาอังกฤษเรียกว่า papaya หรือ melontree ซึ่งแปลว่า แตงต้น เหมือนชื่อของภาคใต้สำหรับชื่อทางพฤกษศาสตร์ของมะละกอ คือ carica papaya Linn. มีลักษณะโดยทั่วไป คือ เป็นพืชยืนต้นเนื้ออ่อน ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 3-4 เมตร ใบเดี่ยว มีขนาดใหญ่ขอบใบหยักเว้าลึก ก้านใบกลมยาว กลวง ยาวประมาณ 1 เมตร ใบ ดอก และผล รวมอยู่เฉพาะส่วนบนยอดสุดของลำต้น ดอกมีสีขาวครีมแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ ดอกตัวผู้ ดอกตัวเมีย และตอกกระเทย